ทำไมการกำจัดขนคุดด้วยเลเซอร์ จึงได้รับความนิยมสูง

ทำไมการกำจัดขนคุดด้วยเลเซอร์ จึงได้รับความนิยมสูง

ทำไมการกำจัดขนคุดด้วยเลเซอร์ จึงได้รับความนิยมสูง

            การใช้เลเซอร์กำจัดขนคุดที่เกิดกับร่างกายส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ใต้วงแขน หรือจะเป็นบริเวณ แขน ขา รวมไปถึงขนบนใบหน้า จัดเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะนอกจากกำจัดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วแล้ว มันยังมีจุดเด่นอื่น ๆ อีกที่ทำให้หลายคนหันมาใช้วิธีนี้กัน

การกำขัดขนคุดด้วยเลเซอร์ ดีอย่างไร

วิธีการกำจัดขนคุด หรือเส้นขนทั่วไปนั้น มีข้อดีตรงที่มันสามารถทำให้ต่อมรากขนเกิดการอ่อนแอและสร้างเส้นขนที่มีความบางและเส้นเล็กลงกว่าเดิมได้ ซึ่งผู้ที่มาใช้บริการจัดกัดขนด้วยแสงเลเซอร์นั้น จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของลักษณะเส้นขนทันทีตั่งแต่ครั้งแรก

เลเซอร์กำจัดขนคุดและเส้นขนทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ชนิด

1.IPL – มีราคาถูก เจ็บตัวน้อย เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับคนผิวขาว สามารถกำจัดเส้นขนที่มีเม็ดสีเข็มได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความรู้สึกในขณะทำนั้น จะมีความสบาย ไม่เจ็บตัว แต่พลังงานที่ส่งออกกำจัดขนนั้นจะลงไม่ลึก จับเส้นขนไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

2.YAG – สามารถกำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็แลกมากับทำที่ผู้เข้ารับการกำจัดขนด้วยวิธีนี้ มีอาการเจ็บ ร้อน จนอาจทำให้ผิวหนังเกิดการเบิร์นได้

3.Diode Laser – สามารถกำจัดขนคุดได้ทุก ๆ ขนาด ไม่ว่าจะเส้นเล็กหรือใหญ่ นอกจากนี้เส้นขนที่มีสีอ่อนก็สามารภกำจัดได้เช่นกัน ที่สำคัญยังมีคูลิ่งและสมูทเพาว์ที่หัวเลเซอร์ ซึ่งช่วยลดอาการเจ็บและช่วยปลดปล่อยพลังงานได้คงที่ยิ่งขึ้น

โดยหลังจากที่เข้ารับการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ชนิดต่าง ๆ แล้ว ระยะเวลาในการงอกขนขึ้นมาใหม่ จะอยู่ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ และควรงดทาโรคออน หรือฉีดสเปรย์หลังทำอย่างน้อย 1-2 วัน ส่วนความคุ้มค่ากับราคานั้นก็ถือว่าเหมาะสม ซึ่งการกำจัดขนด้วยเลเซอร์หากเทียบกับการกำจัดขนด้วยวิธีอื่น ๆ จะมีความคุ้มค่าตรงที่ขนจะหายไปเลยในระยะยาว ส่งผลให้ผิวในบริเวณที่ทำมีความเรียบเนียน หมดกังกลกับเส้นขนส่วนเกิน ช่วยให้มีความมั่นใจยิ่งขึ้น

ถ้าไม่อยากกำจัดขนคุดด้วยวิธีข้างต้น ก็สามารถเลือกวิธีอื่นได้

นั่นคือการกำจัดขนด้วย  Hair Removal Max ที่ใช้หลัก Selective Photothermolysis หรือการทำลายเฉพาะ Melanin โดยจะมีความพิเศษคือสามารถเลือกความของคลื่นที่เหมาะสม และมีพลังงานมากพอ ซึ่งระยะเวลาในการปล่อยพลังงานนั้นออกมาจะมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

1.Melanin Meter จัดเป็นเทคโนโลยีสำหรับวัดระดับเมลานินของคนไข้ ที่มีสีผิวแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล จึงช่วยให้สามารถปรับค่าพลังงานที่จะใช้ในคนไข้แต่ละคนได้อย่างแม่นยำเหมาะสมกับทุกสภาพผิว

2.มีระบบ Cooling Tip ที่ช่วยปกป้องผิว จึงไม่เกิดความเสี่ยงต่อการเบิร์น ไม่มีอาการเจ็บ ทั้งยังสามารถเลือกทำได้ทุกส่วนของร่างกาย ที่สำคัญยังใช้ระยะเวลาไม่นานอีกด้วย

3.มีความปลอดภัยสูงด้วยมาตรฐาน U.S. FDA ซึ่งสามารถเห็นผลได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ